Home GADGETS All Gadgets RTB เปิดตัว Teenage Engineering แกดเจ็ตดนตรีระดับท็อปจากสวีเดน
RTBSound

เปิดตัว Teenage Engineering แกดเจ็ตดนตรีระดับท็อปจากสวีเดน

อาร์ทีบีฯ เปิดตัว ‘Teenage Engineering’ แกดเจ็ตสายดนตรีตัวท็อปจากสวีเดน ในไทย ยกระดับการสร้างสรรค์ดนตรีสำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่

Share
Share

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์และแกดเจ็ตชั้นนำของประเทศไทย และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Teenage Engineering (ทีนเอจ เอนจิเนียริ่ง) แบรนด์เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สร้างสรรค์เสียงระดับโลกจากประเทศสวีเดน ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับนักดนตรี โปรดิวเซอร์ และครีเอเตอร์ยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Teenage Engineering ที่ไม่ได้มอบแค่ความเป็นมืออาชีพด้านดนตรี แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสินค้าที่มีดีไซน์ที่สร้างสรรค์ และฟีเจอร์ที่ล้ำสมัย โดยเปิดตัวครบไลน์อัปในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องซินธิไซเซอร์ เครื่องแซมเพลอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องมิกเซอร์ ไมโครโฟนระดับมืออาชีพ ไปจนถึงอุปกรณ์ในซีรีส์ Pocket Operator ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยีการสร้างสรรค์เสียงประสิทธิภาพสูงเข้ากับการใช้งานที่คล่องตัว เพื่อมอบอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีและคอนเทนต์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์ทั้งผู้เริ่มต้น นักดนตรีมืออาชีพ และครีเอเตอร์ที่มองหาอุปกรณ์คุณภาพสูงสำหรับการผลิตผลงานในยุคดิจิทัล

นางสาววิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า "Teenage Engineering (ทีนเอจ เอนจิเนียริ่ง)

เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากนักดนตรี โปรดิวเซอร์ และครีเอเตอร์ทั่วโลก ด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านเสียงระดับมืออาชีพ พร้อมด้วยงานดีไซน์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ และผสานเทคโนโลยีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว อาร์ทีบีฯ จึงมีความยินดีที่ได้นำแบรนด์นี้เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การสร้างสรรค์ดนตรีและคอนเทนต์ในมาตรฐานเดียวกับผู้ใช้งานระดับสากล”

“ผลิตภัณฑ์ของ Teenage Engineering ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการสร้างสรรค์เสียงเท่านั้น แต่ได้รับการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันเป็น Ecosystem ที่ตอบโจทย์ทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ผลงาน ตั้งแต่การแต่งเพลง การบันทึกเสียง การมิกซ์เสียง การผลิตคอนเทนต์ ไปจนถึงการแสดงสด ภายใต้แนวคิดที่ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ในสตูดิโอ ระหว่างการเดินทาง หรือบนเวทีการแสดง”

“อาร์ทีบีฯ พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ Teenage Engineering ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายช่องทางจัดจำหน่าย การจัดกิจกรรมร่วมกับศิลปิน นักดนตรี และครีเอเตอร์ ตลอดจนการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริง และผลักดันให้ Teenage Engineering เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ชั้นนำด้านเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สร้างสรรค์เสียงที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย”

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Teenage Engineering

ประกอบด้วย

  • Field System ระบบสำหรับนักดนตรีและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ
    • Field System คือระบบอุปกรณ์สำหรับการสร้างสรรค์งานเพลงและการบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การแต่งเพลง การบันทึกเสียง การมิกซ์เสียง ไปจนถึงการแสดงสด รองรับทั้งการทำงานในสตูดิโอและนอกสถานที่ ประกอบไปด้วย OP–1 Field, OP–XY, CM–15 Field Microphone, TP–7 Field Recorder และ TX–6 Ultra-Portable Pro-Mixer
      • OP–1 Field Synthesizer คือเครื่องซินธิไซเซอร์แบบ All-in-One ระดับพรีเมียมที่ผสานการทำงานของซินธิไซเซอร์ แซมเพลอร์ และดรัมแมชชีนไว้ในเครื่องเดียว พร้อมตอบโจทย์ศิลปิน นักดนตรี และโปรดิวเซอร์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งสตูดิโอ โดดเด่นด้วยระบบเสียง 32-bit ตลอดทั้งซิกแนลเชน ให้คุณภาพเสียงที่ละเอียด แม่นยำ หน้าจอ OLED ความละเอียดสูง ลำโพงพร้อม Passive Driver ให้มิติเสียงที่ทรงพลัง รองรับการเชื่อมต่อ ผ่านพอร์ต USB-C, Bluetooth MIDI สามารถใช้งานร่วมกับ Windows, macOS และ iOS ได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีเอฟเฟกต์เสียงหลายแบบ อาทิ Reverb, Delay, Drive และ Nitro พร้อมฟังก์ชันปรับแต่ง Pitch, Tempo, Modulation และ Mixer ภายในเครื่อง รองรับการบันทึกเสียงได้หลายรูปแบบ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมง ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแรงและสัมผัสระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับผู้สร้างสรรค์งานดนตรีที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกสถานที่ วางจำหน่ายในราคา 88,500 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • OP–XY Synthesizer คือเครื่องซินธิไซเซอร์แบบ All-in-One ที่รวมทั้งซีเควนเซอร์ ซินธิไซเซอร์ และแซมเพลอร์ไว้ในเครื่องเดียว ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการสร้างสรรค์ผลงานเพลงและการแสดงสดได้อย่างลงตัว สามารถจัดเรียงเสียงบนกริดได้ 64 สเต็ป พร้อมรองรับการสร้างโปรเจกต์ได้หลายพันโปรเจกต์ มาพร้อมคีย์บอร์ดแบบสัมผัส 24 คีย์ ซินธ์เอนจิ้นเฉพาะตัว 8 รูปแบบ และพอร์ต Multi-Out ที่สามารถส่งสัญญาณเสียงได้สูงสุด 4 ช่องทาง เสริมประสิทธิภาพด้วยการควบคุมผ่าน XY-Pad แบบ Multi-Touch บันทึกและควบคุม Automation ได้แบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์ Brain™ ที่ช่วยเปลี่ยนคีย์และโทนเสียงได้อย่างง่ายดาย รวมถึงรองรับ Bluetooth MIDI และการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นในระบบนิเวศของ Teenage Engineering เช่น OP–1 Field และ TX-6 ได้อย่างลงตัว ตัวเครื่องมีดีไซน์บาง เบา พร้อมไมโครโฟนและลำโพงในตัว รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 16 ชั่วโมง ให้คุณสร้างสรรค์ดนตรีได้อย่างอิสระทุกที่ทุกเวลา วางจำหน่ายในราคา 99,000 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • CM–15 Field Microphone คือไมโครโฟนคอนเดนเซอร์แบบพกพาระดับพรีเมียมที่มอบคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอในขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการบันทึกเสียงร้อง เครื่องดนตรี พอดแคสต์ การสัมภาษณ์ และงานโปรดักชันทั้งในสตูดิโอและภาคสนาม โดดเด่นด้วยไดอะแฟรมขนาดใหญ่ที่ให้รายละเอียดเสียงที่คมชัด พร้อมตัวแปลงสัญญาณเสียง (Audio Converter) และพรีแอมป์ในตัว รวมถึงชิป ESS Sabre ที่ช่วยแปลงสัญญาณเสียงจากอนาล็อกเป็นดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายทั้ง mini XLR, แจ็ค 3.5 มม. และ USB-C พร้อมเลือกใช้งานได้จาก 3 แหล่ง ได้แก่ Phantom Power (48V), แบตเตอรี่ในตัว หรือผ่านสาย USB-C โดยระบบจะตรวจจับแหล่งพลังงานอัตโนมัติ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบนิเวศของ Teenage Engineering ไม่ว่าจะเป็น TP-7, TX-6, OP-1 Field และ OP-XY ได้อย่างลงตัว วางจำหน่ายในราคา 52,9000 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Silver พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • TP–7 Field Recorder คือเครื่องบันทึกเสียงแบบพกพาระดับมืออาชีพที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนทุกไอเดียสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลงานได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถในการบันทึก แก้ไข ตัดต่อ และถอดเสียงเป็นข้อความ (Voice-to-Text) ผ่านแอป TP–7 ภายในเครื่องเดียว โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรู พร้อมกลไกมอเตอร์แบบ Brushless ที่ให้สัมผัสคล้ายปุ่มกดเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตยุค 90 รองรับการใช้งานทั้งการ Scrub, Scratch, Pause และการจัดการไฟล์เสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมไมโครโฟนและลำโพงในตัว รองรับการบันทึกเสียงคุณภาพสูงระดับ 24-bit/96kHz พร้อมหน่วยความจำภายในขนาด 128GB แบตเตอรี่ใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 7 ชั่วโมง รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C และ Bluetooth รวมถึงใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบนิเวศของ Teenage Engineering เช่น OP–1 Field, OP–XY, TX-6 และ CM–15 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับนักดนตรี ครีเอเตอร์ โปรดิวเซอร์ และผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการเครื่องบันทึกเสียงประสิทธิภาพสูงในขนาดพกพา วางจำหน่ายในราคา 65,900 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Silver พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • TX–6 Ultra-Portable Pro-Mixer คือเครื่องมิกเซอร์ขนาดพกพาระดับมืออาชีพที่อัดแน่นด้วยความสามารถรอบด้าน ทั้งการเป็นมิกเซอร์ 6 แชนแนลแบบสเตอริโอ ออดิโออินเทอร์เฟซแบบมัลติแชนเนล ซินธิไซเซอร์ ซีเควนเซอร์ และจูนเนอร์ในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับนักดนตรี โปรดิวเซอร์ และครีเอเตอร์ที่ต้องการอุปกรณ์เสียงประสิทธิภาพสูงในขนาดกะทัดรัด โดดเด่นด้วยการรองรับการบันทึกเสียงแบบ 24-bit/48kHz พร้อมเชื่อมต่อกับโปรแกรมทำเพลง (DAW) เพื่อบันทึกเสียงมัลติแทร็กได้สูงสุด 12 ช่อง มาพร้อมเอฟเฟกต์เสียงในตัว อาทิ Reverb, Chorus, Delay และ Distortion รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C และ Bluetooth MIDI ได้รับการรับรองมาตรฐาน MFi สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS ได้โดยตรง แบตเตอรี่ใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบนิเวศของ Teenage Engineering เช่น OP–1 Field, OP–Z และ OP–XY ได้อย่างสมบูรณ์แบบ วางจำหน่ายในราคา 52,900 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Silver พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
  • EP Series สร้างสรรค์ดนตรีและการแสดงสดได้อย่างอิสระ
    • EP Series คือกลุ่มเครื่องแซมเพลอร์และอุปกรณ์สำหรับการสร้างสรรค์ดนตรีที่ออกแบบมาเพื่อการแต่งเพลง การแสดงสด และการสร้างสรรค์ซาวด์รูปแบบใหม่ โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละรุ่น ทั้งการสร้างบีท การแซมเปิลเสียง และการควบคุมเอฟเฟกต์แบบเรียลไทม์
      • EP–133 K.O. II Sampler คือเครื่องแซมเพลอร์ ซีเควนเซอร์ และเครื่องแต่งเพลงแบบพกพาที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนทุกไอเดียให้กลายเป็นผลงานเพลงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหมาะสำหรับนักดนตรี โปรดิวเซอร์ และครีเอเตอร์ที่ต้องการเครื่องมือสร้างสรรค์ดนตรีในขนาดกะทัดรัด โดดเด่นด้วยความสามารถในการบันทึกและแซมเปิลเสียงจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงรอบตัว ซินธิไซเซอร์ แผ่นเสียง หรือไฟล์จากสมาร์ทโฟน พร้อมรองรับการ Resample ใส่เอฟเฟกต์ จัดเรียงลูป สร้างซีน และเรียบเรียงเพลงเต็มผ่านโหมด Song Mode ได้อย่างสะดวก มาพร้อมเอฟเฟกต์หลัก 6 รูปแบบ และ Punch-in™ FX อีก 12 รูปแบบ รวมถึงไมโครโฟนและลำโพงในตัว หน่วยความจำที่รองรับการจัดเก็บได้สูงสุด 999 Samples พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง Stereo In/Out, Sync In/Out, MIDI In/Out และ USB-C ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 4 ก้อน หรือผ่านสาย USB-C เพื่อให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่ทุกเวลา วางจำหน่ายในราคา 13,500 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • EP–1320 Medieval Sampler คือเครื่องแซมเพลอร์ ซีเควนเซอร์ และเครื่องแต่งเพลงแบบพกพารุ่นพิเศษ ที่นำแรงบันดาลใจจากดนตรีในยุคกลาง (Medieval) มาผสานกับเทคโนโลยีดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว มาพร้อมเอฟเฟกต์เสียงเครื่องดนตรีโบราณในยุคกลาง อาทิ Hurdy-Gurdy, Lute เครื่องเป่า เครื่องเคาะ รวมถึงเสียง Gregorian Chant และดนตรีพื้นบ้าน เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์เพลงประกอบภาพยนตร์ เกม หรือผลงานแนวแฟนตาซี มาพร้อมฟีเจอร์การทำเพลงที่ครบครัน ทั้งการบันทึกและแซมเปิลเสียงจากแหล่งต่างๆ การ Resample พร้อมเอฟเฟกต์ การสร้างลูป ซีน และเรียบเรียงเพลงผ่านโหมด Song Mode รองรับเอฟเฟกต์ Pocus ในตัว 7 รูปแบบ และ Punch-in Pocus อีก 12 รูปแบบ พร้อมไมโครโฟนและลำโพงในตัว หน่วยความจำ 128MB (ROM 96MB และ RAM 32MB) รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C, Stereo In/Out และ MIDI ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 4 ก้อน หรือผ่านสาย USB-C เพื่อให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่ทุกเวลา วางจำหน่ายในราคา 13,500 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • EP–40 Riddim คือเครื่องแซมเพลอร์ ซีเควนเซอร์ และเครื่องแต่งเพลงแบบพกพาที่ออกแบบมาเพื่อการแสดงสดโดยเฉพาะ ได้แรงบันดาลใจมาจากดนตรีแนว Reggae, Dub, Dancehall และวัฒนธรรม Sound System ซึ่งมีที่มาจากประเทศจาเมกา มาพร้อมระบบ Grid-Synced Loops ที่ช่วยสร้างลูปได้อย่างแม่นยำ พร้อมเอฟเฟกต์สไตล์เร็กเก้สำหรับปรับแต่งซาวด์แบบเรียลไทม์ ภายในบรรจุซาวด์และเครื่องดนตรีคุณภาพกว่า 400 รายการ ซึ่งคัดสรรโดยโปรดิวเซอร์และศิลปินเร็กเก้ระดับตำนาน รวมถึงซินธ์เอนจินพร้อมพรีเซ็ตเสียงเบส ซินธิไซเซอร์สไตล์เร็กเก้ และเสียง Dub Siren เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการแสดง รองรับเสียงแบบสเตอริโอ 12 เสียง หรือโมโน 16 เสียง พร้อมหน่วยความจำ 128MB เอฟเฟกต์หลัก 7 รูปแบบ และ Punch-in™ FX อีก 12 รูปแบบ อีกทั้งยังมีไมโครโฟนและลำโพงในตัว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ Stereo In/Out, MIDI และ USB-C ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 4 ก้อน หรือผ่านสาย USB-C ให้คุณสร้างสรรค์และแสดงดนตรีได้ทุกที่ทุกเวลา วางจำหน่ายในราคา 13,500 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • EP–2350 Ting คือไมโครโฟนแบบพกพาที่ออกแบบมาเพื่อการแสดงสดโดยเฉพาะ สามารถใช้งานแบบ Standalone พร้อมควบคุมเสียงร้องและสร้างลูกเล่นต่างๆ ได้โดยตรงจากตัวไมโครโฟน เหมาะสำหรับนักร้อง, MC, ดีเจ และผู้ที่ต้องการเพิ่มสีสันให้กับการแสดงแบบเรียลไทม์ มาพร้อมเอฟเฟกต์เสียงร้อง 4 รูปแบบ ได้แก่ Echo, Echo + Spring, Pixie และ Robot รวมถึงรองรับการเล่น Sample ได้ถึง 4 รูปแบบผ่านปุ่ม Sample Trigger โดยมีพื้นที่จัดเก็บ Sample ภายในขนาด 1MB และยังสามารถปรับแต่งพรีเซ็ตเอฟเฟกต์เสียงผ่านไฟล์ JSON เพื่อสร้างคาแรกเตอร์เสียงในแบบของตัวเองได้ อีกทั้งยังให้โทนเสียงสไตล์ Lo-Fi อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสายเชื่อมต่อ 3.5 มม. สำหรับใช้งานร่วมกับ EP–40 Riddim หรืออุปกรณ์อื่นๆที่รองรับ ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน หรือผ่านสาย USB-C วางจำหน่ายในราคา 3,290 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • EP–136 K.O.- Sidekick คือเครื่องมิกเซอร์ขนาดพกพา 2 ชาแนลที่รวมฟังก์ชันของ Audio Interface และ FX Processor ไว้ในเครื่องเดียว ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับซินธิไซเซอร์ เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และชุดอุปกรณ์สำหรับการแสดงสด โดดเด่นด้วยระบบ EQ ที่เลือกปรับได้ถึง 3 รูปแบบ คอมเพรสเซอร์แยกอิสระสำหรับแต่ละชาแนล พร้อมเอฟเฟกต์ Motion Control™ 6 รูปแบบ และระบบ Beat Matching ต่อชาแนล ที่ช่วยให้ควบคุมเสียงและทำให้การแสดงสดสนุกและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือเชื่อมต่อหลายเครื่องเพื่อเพิ่มจำนวนชาแนลตามความต้องการ รองรับการเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C และช่อง Line In/Out ขนาด 3.5 มม. ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน หรือผ่านสาย USB-C พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับ EP–133 K.O. II, EP–1320 Medieval และ EP–40 Riddim วางจำหน่ายในราคา 7,900 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
  • Pocket Operator เครื่องดนตรีพกพาสำหรับทุกไอเดียสร้างสรรค์
    • Pocket Operator Series คือเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาที่ได้รับความนิยมจากนักดนตรีและครีเอเตอร์ทั่วโลก ด้วยขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย และสามารถเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและมืออาชีพที่ต้องการสร้างสรรค์ดนตรีได้ทุกที่ทุกเวลา
      • PO–14 Sub  คือเครื่องซินธิไซเซอร์เสียงเบสพร้อมซีเควนเซอร์ในซีรีส์ Pocket Operator ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างไลน์เบสที่หนักแน่นและจังหวะที่โดดเด่นได้อย่างง่ายดายในขนาดกะทัดรัด มาพร้อมซีเควนเซอร์สำหรับเรียงลำดับโน้ต มีเสียงในตัว 15 เสียง พร้อม Micro Drum และเอฟเฟกต์ Punch-in 16 รูปแบบ รวมถึง Punch-in Bass Oriented อีก 16 รูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับไลน์เบสโดยเฉพาะ รองรับการบันทึกและเชื่อมต่อแพทเทิร์นได้สูงสุด 16 แพทเทิร์น สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือเชื่อมต่อกับ Pocket Operator รุ่นอื่นๆได้สูงสุด 2 เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์เสียงอื่นๆ ผ่านสายสัญญาณเสียงสเตอริโอมาตรฐาน เพื่อขยายความสามารถในการสร้างสรรค์ดนตรี ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน และสามารถเพิ่มการปกป้องตัวเครื่องด้วยเคสซิลิโคนรุ่น CA-X (จำหน่ายแยกต่างหาก) วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • PO–16 Factory คือเครื่องซินธิไซเซอร์สำหรับสร้างเมโลดี้และไลน์ดนตรีในซีรีส์ Pocket Operator ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การแต่งเพลงเป็นเรื่องง่ายและสนุกยิ่งขึ้น มาพร้อมซีเควนเซอร์สำหรับเรียงลำดับโน้ต รองรับการสร้างเสียงเมโลดี้หลัก เสียงคีย์ และไลน์ดนตรีได้อย่างหลากหลาย มีเสียงในตัว 15 เสียง พร้อม Micro Drum และเอฟเฟกต์ Punch-in 16 รูปแบบ รวมถึง Punch-in Arpeggio และ Chord Play Styles อีก 16 รูปแบบ ที่ช่วยสร้างเมโลดี้ คอร์ด และเติมลูกเล่นให้กับแทร็กดนตรีได้อย่างสร้างสรรค์ รองรับการเชื่อมต่อแพทเทิร์นสูงสุด 16 แพทเทิร์น สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือเชื่อมต่อกับ Pocket Operator รุ่นอื่นๆได้สูงสุด 2 เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ที่รองรับผ่านสายสัญญาณเสียงสเตอริโอมาตรฐาน ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน และสามารถเพิ่มการปกป้องตัวเครื่องด้วยเคสซิลิโคนรุ่น CA-X (จำหน่ายแยกต่างหาก) วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • PO–20 Arcade คือเครื่องซินธิไซเซอร์พร้อมซีเควนเซอร์ในซีรีส์ Pocket Operator ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงเกมตู้อาร์เคด (Arcade) และดนตรีสไตล์ Chiptune เหมาะสำหรับการสร้างบีท เมโลดี้ และซาวด์ย้อนยุคที่มีเอกลักษณ์ มาพร้อมฟีเจอร์ Parameter Locks, Chord Control และเอฟเฟกต์ Punch-in 16 รูปแบบ ช่วยเพิ่มลูกเล่นในการสร้างสรรค์เพลงได้อย่างอิสระ รองรับการเชื่อมต่อคอร์ดได้สูงสุด 128 คอร์ด และบันทึกแพทเทิร์นได้สูงสุด 128 แพทเทิร์น พร้อมเสียงในตัว 16 เสียง และฟีเจอร์ Step Multiplier ช่วยเพิ่มจังหวะและลุกเล่นในการทำเพลง สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือเชื่อมต่อกับ Pocket Operator รุ่นอื่นๆได้สูงสุด 2 เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ที่รองรับผ่านสายสัญญาณเสียงสเตอริโอมาตรฐาน ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน และสามารถเพิ่มการปกป้องตัวเครื่องด้วยเคสซิลิโคนรุ่น CA-X (จำหน่ายแยกต่างหาก) วางจำหน่ายในราคา 4,790 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • PO–32 Tonic คือเครื่องซินธิไซเซอร์สำหรับสร้างเสียงกลองและเพอร์คัสชันในซีรีส์ Pocket Operator ที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างบีทและจังหวะเพลงอย่างสร้างสรรค์ มาพร้อมซีเควนเซอร์สำหรับจัดเรียงจังหวะเพลง และฟีเจอร์ Parameter Locks รวมถึงเอฟเฟกต์ Punch-in ที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับการแสดงและการแต่งเพลงได้อย่างง่ายดาย จุดเด่นคือการรองรับการสร้างเสียงกลองได้อย่างไม่จำกัดผ่านโปรแกรม Microtonic VST พร้อมระบบถ่ายโอนข้อมูลเสียงเข้าสู่ตัวเครื่องโดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้งานออกแบบซาวด์ในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Step Multiplier ช่วยเพิ่มจังหวะและลูกเล่นในการทำเพลง รองรับการบันทึกและเชื่อมต่อแพทเทิร์นได้สูงสุด 64 แพทเทิร์น สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือเชื่อมต่อกับ Pocket Operator รุ่นอื่นๆได้สูงสุด 2 เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ที่รองรับผ่านสายสัญญาณเสียงสเตอริโอมาตรฐาน ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน และสามารถเพิ่มการปกป้องตัวเครื่องด้วยเคสซิลิโคนรุ่น CA-X (จำหน่ายแยกต่างหาก) วางจำหน่ายในราคา 4,790 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี
      • PO–33 K.O. คือเครื่องไมโครแซมเพลอร์แบบพกพาในซีรีส์ Pocket Operator ที่ออกแบบมาเพื่อให้การสร้างสรรค์ดนตรีเป็นเรื่องง่ายในทุกที่ทุกเวลา มาพร้อมไมโครโฟนในตัวสำหรับบันทึกเสียงตัวอย่าง และหน่วยความจำที่รองรับการบันทึกเสียงได้นานสูงสุด 40 วินาที พร้อมคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ รองรับช่องแซมเปิลเมโลดี้ 8 ช่อง และช่องแซมเปิลกลองอีก 8 ช่อง ให้คุณสร้างบีทและเรียบเรียงเพลงได้อย่างอิสระ เสริมความสนุกด้วยเอฟเฟกต์ในตัว 16 รูปแบบ และฟีเจอร์ Step Multiplier ช่วยเพิ่มจังหวะและลูกเล่นในการทำเพลง สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือเชื่อมต่อกับ Pocket Operator รุ่นอื่นๆได้สูงสุด 2 เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ที่รองรับผ่านสายสัญญาณเสียงสเตอริโอมาตรฐาน ใช้พลังงานจากถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน และสามารถเพิ่มการปกป้องตัวเครื่องด้วยเคสซิลิโคนรุ่น CA-X (จำหน่ายแยกต่างหาก) วางจำหน่ายในราคา 4,790 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี

ผู้สนใจสามารถสัมผัสนวัตกรรมการสร้างสรรค์เสียงจาก Teenage Engineering (ทีนเอจ เอนจิเนียริ่ง) ทั้งในกลุ่ม Field System, EP Series และ Pocket Operator ได้แล้ววันนี้ที่ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด และร้าน Music Arms สาขา Head Q อ่อนนุช 74 โดยผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การสร้างสรรค์ผลงานในทุกระดับ ตั้งแต่นักดนตรีและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ ไปจนถึงครีเอเตอร์และผู้ที่หลงใหลในงานดนตรีที่ต้องการอุปกรณ์คุณภาพสูงพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม และติดตาม

ข่าวสาร โปรโมชั่น ได้ผ่านช่องทาง Facebook: https://www.facebook.com/GadgetbyRTB และhttps://www.facebook.com/TeenageEngineering.TH/ และ Instagram: https://www.instagram.com/teenageengineering.th/

Related Articles

เปิดตัวลำโพงปาร์ตี้พลังเบส สายคาราโอเกะ เคลื่อนย้ายสะดวก

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวลำโพงปาร์ตี้รุ่นใหม่ 3 รุ่นในตระกูล ULT POWER SOUND ได้แก่ ULT...

เปิดตัว Sonos 27 พร้อมด้วย Beam Ultra และ Sonos Ace Ultra ในประเทศไทย

วันนี้ Sonos (Nasdaq: SONO) เปิดตัว Sonos 27 ระบบปฏิบัติการเสียงเวอร์ชันล่าสุดที่บริษัทได้ทุ่มเทพัฒนามานานกว่าสองทศวรรษ Sonos 27 มาพร้อมระบบควบคุมด้วย AI...

“LG xboom Stage 501” ลำโพงสายปาร์ตี้สเปคเทพ พลังเสียงระดับโลก

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปาร์ตี้สุดมันส์! แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ส่งไอเทมเด็ดเอาใจสายไลฟ์สไตล์และคนรักเสียงเพลง เปิดตัว LG xboom Stage 501 ลำโพงบลูทูธพกพารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ครั้งนี้จัดเต็มชูจุดเด่น...

Sonos เปิดตัว Era 100 SL ลำโพงระบบพรีเมียม ขยายระบบบ้านง่ายขึ้น

วันนี้ Sonos (Nasdaq: SONO) เปิดตัว Sonos Era 100 SL ลำโพงรุ่นใหม่ที่สะท้อนถึงการมุ่งเน้นในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบ Sonos อีกครั้ง...