Home NEWS Traveloka SEA Index Q2 ชี้คนไทยเลือก Quality over Quantity เน้นทริปคุณภาพ
NEWSTraveloka

Traveloka SEA Index Q2 ชี้คนไทยเลือก Quality over Quantity เน้นทริปคุณภาพ

โซลครองอันดับหนึ่งด้านความต้องการเดินทางด้วยคะแนน 100 ขณะที่การค้นหาไทเปเพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาสแรก และยอดจองจากไทยสู่ชิงเต่าพุ่ง 38 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

Share
Share

Traveloka แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยรายงาน Traveloka SEA Index ฉบับแรกที่ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวรายไตรมาส ซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลการค้นหา ผลสำรวจ และการจองผ่านแพลตฟอร์มของ Traveloka ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Traveloka SEA Index ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 เผยให้เห็นพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมกับแนวโน้มในระดับภูมิภาค เพื่อสะท้อนความต้องการเดินทางที่เปลี่ยนไป จุดหมายใหม่ที่กำลังมาแรง และแนวโน้มการเดินทางในอนาคต โดยพบเทรนด์สำคัญหลายประการ ได้แก่ จุดหมายปลายทางในประเทศยังคงเป็นตัวเลือกหลักของนักเดินทางชาวไทย อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ต แม้นักท่องเที่ยวจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับทริปต่างประเทศที่มีระยะเวลานานขึ้น โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน โดยจุดหมายเหล่านี้มีอัตราเร่งเติบโต (Pace) สูงกว่าภาพรวมของตลาดอย่างเห็นได้ชัด[1] ขณะเดียวกัน ไทยยังครองสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวมากที่สุดในภูมิภาค

คุณทิภาพร ดวงมาก

ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ของ Traveloka

กล่าวว่า “นักเดินทางชาวไทยกำลังวางแผนและตัดสินใจเลือกแต่ละทริปอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยใช้เวลาเดินทางนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น เราเห็นแนวโน้มนี้ทั้งการเดินทางในประเทศและต่างประเทศ สำหรับการเดินทางในประเทศ จุดหมายปลายทางดาวรุ่งอย่างนครพนมและสกลนครสะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกำลังเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเหนือจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิม ขณะที่การเดินทางต่างประเทศ โซลและโตเกียวยังคงเป็นจุดหมายหลัก ขณะเดียวกันไทเป ซัปโปโร และแม้แต่ชิงเต่าก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น แผนที่การเดินทางที่กำลังขยายตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศนี้ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกภาคส่วน”

เกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังคงครองแชมป์ “จุดหมายต่างประเทศสุดฮอต”

โซลและโตเกียวยังคงเป็น 2 เมืองยอดฮิตอันดับหนึ่งในใจคนไทย โดยมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ “เที่ยวน้อยลง แต่ใช้เวลาและงบประมาณกับแต่ละทริปมากขึ้น”

  • โซล คว้าคะแนนความต้องการ (Demand Score)[2] สูงสุดเต็ม 100 คะแนน ขึ้นแท่นอันดับ เมืองที่ได้รับความสนใจนักเดินทางชาวไทยมากที่สุด มียอดการจองเติบโตขึ้นถึง 2/3 เมื่อเทียบกับปีก่อน ระยะเวลาพักยาวขึ้นเป็นเฉลี่ย 3.5 คืน เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไปเกือบ เท่า (4.9x)[3]
  • โตเกียว ตามมาติดๆ ด้วยคะแนนความต้องการ 96 คะแนน และยังคงเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่มียอดจองสูงสุดในกลุ่มนักเดินทางชาวไทย และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีค่าใช้จ่ายเติบโตเร็วที่สุด โดยสูงถึง 6.7 เท่าของงบประมาณของทริปทั่วไป

ไทเปขึ้นแท่น “เมืองน่าจับตาอันดับหนึ่ง”

การค้นหาไทเปของนักเดินทางชาวไทยเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) โดยความสนใจดังกล่าวยังเกิดขึ้นในตลาดอื่น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน โดยไทเปเป็นหนึ่งในเพียง 4 จุดหมายปลายทาง ได้แก่ โอซาก้า โซล และเซี่ยงไฮ้ ที่มีการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในทั้ง 5 ประเทศต้นทาง สะท้อนถึงความสนใจในวงกว้างที่กำลังผลักดันความต้องการเดินทาง ไทเปยังติดอันดับหนึ่งในจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักเดินทางชาวไทย โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไป 2.6 เท่า

ข้อมูลจาก Index ชี้ให้เห็นว่า นักเดินทางชาวไทยยังอยู่ในช่วงค้นคว้าและวางแผนการเดินทางไปไทเป และความสนใจในระยะเริ่มต้นลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่การจองจริงในเวลาต่อมา

เมืองรองของจีนครองอันดับ “Breakout” เมืองดาวรุ่งพุ่งแรง

หมวด “Breakout” คือการจัดอันดับเมืองที่เติบโตแซงค่าเฉลี่ยตลาดในหลาย ๆ ประเทศพร้อมกัน โดยเมืองรองของจีนเหมาไปถึง 4 ใน 5 อันดับแรก โดยมีซัปโปโรติดเข้ามาในอันดับที่ 5

  • เมืองรองของจีน ได้แก่ เฉิงตู เซินเจิ้น คุนหมิง และฉงชิ่ง มีการเติบโต 2.6–3.9 เท่าของอัตราการเติบโตของตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีน และการขยายระยะเวลายกเว้นวีซ่าของจีนไปจนถึงสิ้นปี 2569 เฉิงตูดึงดูดนักเดินทางด้วยวัฒนธรรมด้านอาหารและแพนด้ายักษ์ ขณะที่เซินเจิ้นโดดเด่นด้วยศักยภาพของเขต Greater Bay Area ส่วนคุนหมิงดึงดูดนักเดินทางด้วยสภาพอากาศที่เย็นกว่า และฉงชิ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพเมืองที่คึกคักและมีเอกลักษณ์
  • ซัปโปโร รั้งอันดับ ด้วยอัตราเติบโต 2.4 เท่าของตลาด และกลายเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของเทรนด์ “Coolcation” หรือการหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็น

ชิงเต่าอาจเป็น “ม้ามืด” แห่งใหม่

ด้วยชื่อเสียงของโรงเบียร์ระดับโลก เมืองเก่าสไตล์เยอรมัน และชายหาดเล็ก ๆ หลายแห่งที่อยู่ติดเมือง ชิงเต่ากำลังมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตาสำหรับนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยอดจองชิงเต่าจากนักเดินทางชาวไทยเพิ่มขึ้นถึง 38 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และเป็นส่วนหนึ่งของยอดจองที่เพิ่มขึ้นรวม 9 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน จาก 4 ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากเที่ยวบินไป-กลับที่เชื่อมต่อชิงเต่ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 92 เที่ยวต่อสัปดาห์ รวมถึงเส้นทางบินตรงใหม่สู่โฮจิมินห์ซิตี้และปีนังที่เปิดให้บริการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตลอดจนการเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ เป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ จากเดิมที่มีจำนวนเที่ยวบินน้อยกว่า

ความต้องการเดินทางในประเทศของไทยกำลังมุ่งไปทางไหน?

การจองไปจังหวัด นครพนม พัทยา สกลนคร ตรัง และสุราษฎร์ธานี เติบโต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยนครพนม ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางดาวรุ่งริมแม่น้ำโขง ครอง Demand Score สูงสุดในตลาดภายในประเทศที่ 92 ขณะที่พัทยาได้คะแนน 80 และมีโมเมนตัมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเดินทางเพื่อสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวและการเดินทางแบบครอบครัว

โดยภาพรวม Traveloka SEA Index สะท้อนถึงความสำคัญของเทรนด์ “Quality over Quantity” หรือการเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มวางแผนเดินทางอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการพักผ่อนระยะยาว ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง และจุดหมายปลายทางที่มีความหมาย จากข้อมูลการค้นหาและการจองนับล้านรายการทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Traveloka พร้อมมอบข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้าใจภูมิทัศน์การเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป

Related Articles

Samsung Galaxy Z8 Series ทุบสถิติยอดพรีออร์เดอร์จอพับสูงสุดใน SEAO

ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ยอดพรีออร์เดอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับ Galaxy Z8 Series โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ที่มียอดจองของ Galaxy Z Fold8 และ...

เกษรวิลเลจ เปิดตัว “ORK-ROS Foodyard” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) Placemaking Destination ใจกลางกรุงเทพฯ เดินหน้าลงทุนกว่า 80 ล้านบาท รีแบรนด์โครงการ The Cook...

LUXEED แบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์จาก Chery Group เตรียมเปิดตัวในไทย Q4 ปีนี้

LUXEED แบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่าง LUXURY และ EXCEED พร้อมนำแนวคิด Enlighten Driving Pleasure สร้างนิยามแห่งความลักชัวรี่รูปแบบใหม่สู่ผู้ขับขี่ชาวไทย ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในประเทศยุทธศาสตร์หลักของตลาดต่างประเทศกลุ่มแรกของโลก LUXEED...

Dyson เปิดประสบการณ์สโตร์ใหม่ที่ ICONSIAM ร่วมกับ ซี-พฤกษ์ ชูเทคโนโลยีครบทุกหมวดหมู่

Dyson เปิดประตูต้อนรับลูกค้าสู่ Dyson Store ICONSIAM ณ ที่ตั้งใหม่บนชั้น 4 พร้อมชวนสัมผัสประสบการณ์รีเทลรูปแบบใหม่ที่สะท้อนแนวคิดด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมของ Dyson ภายในหนึ่งในแลนด์มาร์กด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นของกรุงเทพฯ สโตร์แห่งใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองและทำความเข้าใจเทคโนโลยี...