The all-new electric CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เจเนอเรชันล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เปิดตัวในรูปแบบ World Premiere เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สื่อสารผ่านคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN.” ที่สะท้อนถึงการเป็นยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัว พร้อมเข้ามาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ในเซกเมนต์ Entry Luxury และถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ที่เน้นความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการผลิตให้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อนทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์สันดาปภายใน
The all-new electric CLA คือรถยนต์ที่สร้างขึ้นแบบ “Electric-first” มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Permanently Excited Synchronous Motors (PSM) และระบบส่งกำลังแบบ 2 จังหวะ (Two-speed transmission) ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร ติดตั้งแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และมีประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 325 กิโลเมตร
ถูกออกแบบโดยผสานแนวคิด “Sensual Purity” ดีเอ็นเอของแบรนด์ที่สะท้อนความเป็น Iconic Luxury อันหรูหราและเรียบง่าย แต่ยังคงเต็มไปด้วยความโดดเด่นที่และเอกลักษณ์ของ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้า Starpanel ที่แสดงผลในรูปแบบแอนิเมชัน ไฟหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมระบบ Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ Digital Jewelry ในส่วนของดีไซน์ภายในของ The all-new electric CLA ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนหินญี่ปุ่น หรือ “Zen Garden” สะท้อนศิลปะแห่งการลดทอนและคงไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นแท้ เหลือไว้เพียงส่วนประกอบที่เป็นหัวใจของวิศวกรรมยานยนต์ เช่น การใช้วัสดุกระจกบนจอกลาง MBUX Superscreen วัสดุโลหะบนคอนโซลกลาง และวัสดุหนังบนแผงบุนุ่มบริเวณข้างประตู โดยในด้านของการอำนวยความสะดวก The all-new electric CLA เป็นรถยนต์คันแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ติดตั้งพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ที่ให้ความจุถึง 101 ลิตร
The all-new electric CLA ถือเป็นรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ “MB.OS” ที่มีศักยภาพเทียบชั้น supercomputer โดยทำงานผสานกับหน้าจอ MBUX Superscreen ที่เชื่อมต่อกันถึง 3 หน้าจอ ประกอบไปด้วยจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว จอกลางขนาด 14 นิ้ว และจอฝั่งผู้โดยสารขนาด 14 นิ้ว มาพร้อมการแสดงผลแบบ real-time 3D (Unity Engine) และผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance ที่สามารถสื่อสารโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีการร่วมมือกับ Google และ Microsoft ทำให้สามารถรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Webex, Zoom ฯลฯ
The all-new electric CLA รุ่นประกอบในประเทศ จะเปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายในช่วงต้นปี 2569
พร้อมฉลองการเปิดตัว Evolt Station Hub ถนนลาดกระบัง ด้วยการมอบโปรโมชันสุดแรงให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถชาร์จไฟในอัตราหน่วยละ 1 บาท/kWh เพียง 3 วันเท่านั้น! อีโวลท์...
CardX ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เดินหน้าขยายพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์ จับมือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทบริหารจัดการธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุมโรงแรม...
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึก AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน...
KFC ประเทศไทย ท้าทุกประสาทรับรสให้ลองวัดลิมิตความเผ็ดของตัวเองกับเมนูใหม่ล่าสุด “วิงซ์ภูเขาไฟระเบิด” (Volcano Wingz) เสิร์ฟความเผ็ดใหม่ ที่ดับแบบเดิมไม่อยู่ พร้อมพิสูจน์ลิมิตความเผ็ดของคุณว่าไปได้ไกลแค่ไหนด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง...